BEOGAMING บทความ: 5 แข้งระเบิดอายุ ลีกดังจับตามอง

BEOGAMING

BEOGAMING : หากพูดถึงเรื่องในวงการลูกหนัง ด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬาและความวิทยาการของอะคาเดมีในยุคปัจจุบันทำให้มีนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาโลดแล่นมากมายในลีกใหญ่ ๆ

BEOGAMING : ชนิดที่สามารถวัดกับรุ่นพี่ได้แบบสบาย ๆ และนี่คือรายชื่อของ 5 แข้งระเบิดอายุ ที่ลีกดังจับตามองหวังคว้ามาร่วมทีม ทว่าแต่ละคนต่างมากไปด้วยฝีไม้ลายมือที่ว่า ต้องไปไกลมากกว่าที่คาดไว้อย่างแน่นอน ส่วนจะมีนักเตะคนใดบ้างไปติดตามกัน

1.ฮาร์วีย์ เอลเลียต

เอลเลียต ได้ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก ให้ ลิเวอร์พูล เกมชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อเดือนมกราคมปี 2020 แทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนหมดเวลาเพียง 1 นาที แต่ก่อนหน้านั้นเขาเองก็ได้ลงในเกมลีกคัพให้กับ ลิเวอร์พูล แล้วและยังถือครองสถิติอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงตัวจริงในเกมทางการที่ แอนฟิลด์ ด้วยอายุ 16 ปี 209 วันด้วย

2.ราฟาเอล โอบราดอร์

โอบราดอร์ เริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบก่อนที่จะมาเตะตา มาร์ยอร์กา เมื่อ 6 ปีที่แล้ว จนในที่สุดจึงได้มีโอกาส เล่นใน ลาลีกา เกมเสมอกับ โอซาซูนา 2-2 ในวันที่ 19 กรกฎาคม ปี 2020ขณะที่กับทีมชาติสเปนยู-16 แบ็คซ้ายรายนี้ก็ได้เล่นไปแล้ว 1 เกมและยิงประตูได้ด้วย ซึ่งตอนนี้ มายอร์กา เองก็ได้ต่อสัญญากับเขายาวไปจนถึงปี 2024 เลยทีเดียว

3.เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์

ในวัยเพียง 19 ปี ฮาแลนด์ กลายเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดของโลกไปเรียบร้อยแล้ว นักเตะชาวนอร์เวย์คนนี้ทำสถิติยิงประตูมากกว่าจำนวนนัดที่ลงสนามให้ กับ ดอร์ทมุนด์หลังจากที่เขาเพิ่งย้ายมาจาก เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก เมื่อช่วงเดือนมกราคมปีนี้ ฮาแลนด์ ใช้เวลาไม่กี่นาทีในการทำแฮททริกได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามให้ ดอร์ทมุนด์ ในฐานะตัวสำรอง พลิกสถานการณ์ให้ทีมกลับมาเก็บชัยชนะได้ คงไม่มีการเปิดตัวกับทีมใหม่แบบไหนที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว ฮาแลนด์นั้นเริ่มต้นการค้าแข้งในลีกนอร์เวย์ ก่อนที่เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ยักษ์ใหญ่จากลีกออสเตรียจะคว้าตัวเขาไปร่วมทีม เพียงแค่ปีกว่าในลีกออสเตรียเขาก็สร้างชื่อโด่งดังทั่วยุโรปจนตกเป็นเป้าหมายหลักของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายปิศาจแดงก็ต้องอกหักเมื่อเจ้าตัวเลือกที่จะย้ายไปเล่นให้ ดอร์ทมุนด์ ด้วยเงื่อนไขในสัญญาที่เจ้าตัวพร้อมตีจากทีมได้เมื่อถึงเวลา จนถึงตอนนี้ฮาแลนด์ยิงไปแล้ว 11 ประตู ในบุนเดสลีกาทั้งที่ลงเล่นให้ทีมดอร์ทมุนไปเพียง 10 นัด จับตาดูเด็กหนุ่มคนนี้กันให้ดี ว่าเขาจะสร้างปรากฏการณ์อะไรให้เกิดขึ้นบ้างในวงการฟุตบอลนับจากนี้ไป

4.ไค ฮาเวิร์ตซ์

แข้งหนุ่มอายุ 20 ปีชาวเยอรมัน ได้ลงเล่นให้ทีมเลเวอคูเซ่น มาตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี และตอนนี้เขาก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมเรียบร้อยแล้ว หรือถ้าจะพูดให้ชัดเจน เขาคือนักเตะตัวความหวังสูงสุดของทีมในเวลานี้เลย ฮาเวิร์ตซ์ นั้นเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ซีซันก่อนเขายิงให้ทีมไปถึง 20 ประตูจาก 42 นัด และปีนี้ก็ยิงไปแล้วถึง 15 ประตู เป็นกองกลางที่ยิงได้เยอะมากจริง ๆ  ดูจากสไตล์การเล่นแล้ว เขาสามารถขยับไปเล่นเป็นกองหน้าสมัยใหม่ได้สบาย ๆด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่แต่มีความคล่องตัวสูง บวกกับทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยมทั้งการครองบอล การสร้างสรรเกม และการยิงประตู ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะถูกจับจ้องจากบรรดายักษ์ใหญ่ของยุโรป  และเชื่อว่าคงมีการย้ายทีมเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

5.เจา เฟลิกซ์

เขาคือนักเตะหนุ่มชาวโปรตุกีส ที่มีอายุเพียง 20 ปี แต่มีค่าตัวในการย้ายจากเบนฟิก้า ไปยังแอตเลนติโก มาดริดถึง 126 ล้านยูโร ก่อนการย้ายทีมนั้นเฟลิกซ์เพิ่งจะลงเล่นในลีกสูงสุดของโปรตุเกสแค่ปีเดียว แต่ยิงไปถึง 15 ประตูจากการลงสนาม 26 นัด แถมยังทำแฮตทริกในรายการยูโรป้าลีกได้ด้วย ทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองของเหล่าทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป ก่อนจะเป็นทีมตราหมีที่ทุ่มคว้าตัวเขาไปร่วมทีมเพื่อเป็นตัวแทนของอองตวน กรีซมันน์ที่ย้ายออกไปสโมสรอย่างแอตเลติโก มาดริดนั้นขึ้นชื่อมากในเรื่องแมวมอง โดยเฉพาะตำแหน่งกองหน้านั้น ทีมตราหมีสามารถนำกองหน้าชั้นยอดเข้าสู่ทีมได้เสมอ การที่ทีมยอมทุ่มเงินขนาดนี้เพื่อ เจา เฟลิกซ์ เป็นเครื่องบ่งชี้เบื้องต้นได้ว่านักเตะคนนี้มีดีขนาดไหน

Reference : BEOGAMING

By : BEO369

BEOGAMING : การฆาตกรรมสุดเหี้ยมบนฟลอร์หญ้า

BEOGAMING

ในเกมการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ที่หวนเข้าสู่เดือนแห่งความรัก ของฤดูกาล 2020-2021 ได้เปิดฉากฟาดแข้งกันหลายคู่

BEOGAMING โดยการแข่งขันในแต่ละแมตช์ ต่างมีผลสกอร์ที่น่าตกใจกันเลยทีเดียว ทั้งการแพ้ของทีมบิ๊กซิก อย่างอาร์เซนอล และ การเอาชนะ2 จาก 3 เกมของทีมท้ายตารางอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ซึ่งสามารถเก็บชัยจาก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก่อนที่จะมาคว้า 3 แต้มสำคัญอีกครั้ง จากนิวคาสเซิลยูไนเต็ด

แต่มีอีกหนึ่งแมตช์ ที่ทำให้แฟนบอลทั่วทั้งโลก ต้องตกตะลึงกันอีกครั้งเมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเอาชนะนักบุญเซาแธมป์ไปด้วยสกอร์ที่ท่วมท้น 9-0 นับเป็นความโหดเหี้ยมที่เหนือเกินบรรยายของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ซึ่ง 2 นัด ที่ผ่าน มาพลพรรคปีศาจแดง เก็บได้แค่เพียงแต้มเดียว ซึ่งในนัดนี้ จึงเหมือนการระบายความกดดัน ที่มีอยู่ทั้งหมด ได้ระเบิดออกมา จนมีสกอร์ระเบิดเถิดเทิงขนาดนี้

BEOGAMING : สกอร์ที่ถล่มคู่แข่งยับเยินขนาดนี้ ของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเคยเกิดขึ้นมาแล้วโดยเหตุการณ์

ต้องย้อนกลับไป เมื่อปี 2011 ในเกมที่ปีศาจแดงเปิดรังโอลด์แทฟฟอร์ด ถล่ม ไอ้ปืนใหญ่อาร์เซนอล ด้วยสกอร์ที่ขาดลอย ชนิดที่แฟนบอล ต้องขยี้ตากันหลายรอบและ คิดว่าคงเป็นไปได้แน่ แต่เมื่อจบเกม ปีศาจแดงทำการเชือดอาร์เซนอลคาบ้าน ไปด้วยจำนวน 8 ประตูต่อ 2 เป็นดั่งการฆาตกรรมหมู่ กลางแฟนบอลนับหมื่นคน ณ วันนั้น

ซึ่งเหตุการณ์การฆาตกรรม บนผืนหญ้านี้ ในอดีตก็ยังมีเหตุการณ์สำคัญๆ ที่นับเป็นประวัติศาสตร์วงการลูกหนัง เลยก็ว่าได้ โดยในปี 2019 “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน โดนจิ้งจอกสยามเลสเตอร์ ซิตี้จัดการฝังเคี้ยวเละเทะไปด้วยจำนวน 9 ประตูต่อ 0 คาเซนต์แมรีส์สเตเดียมต่อหน้าต่อตาแฟนๆนักบุญ โดยสกอร์นี้ก็ยังตามมาหลอกหลอนนักบุญอีกครั้งในฤดูกาล 2020-2021

และเหตุการณ์ฆาตกรรมในวงการฟุตบอลในปี 2019 ยังไม่หมดอยู่แค่นั้น เมื่อทีม”เรือใบ” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรสรมหาเศรษฐีขาใหญ่ประจำเวทีพรีเมียร์ลีกจัดการสอยวัตฟอร์ดคาเอติฮัด สเตเดี้ยมไปด้วยสกอร์ 8 ประตูต่อ 0 โดยสตาร์ของทีมดาหน้ากันยิงอย่างไม่ยั้ง ทั้ง ดาบิดซิลบา,เซอร์คิโออเกวโร่,ริยาดมาห์เรซ,เบร์นาโด ซิลบา,นิโกลัส โอตาเมนดี้ ปิดท้ายด้วยเพลย์เมกเกอร์สุดหล่ออย่างเควิน เดอร์ บรอยน์ที่จัดการซัดไป3 ตุง 

และย้อนกลับไปในปี 2012 บนเกาะอังกฤษ แห่งศึกพรีเมียร์ลีกเป็นการโคจรมาพบกันระหว่างสิงโตน้ำเงินครามเชลซีเปิดรังสแตมฟอร์ดบริดจ์ต้อนรับมาเยือนของสิงห์ผงาดแอสตัน วิลลา โดยในแมตช์นี้กุนซือขัดตาทัพอย่างราฟาเอล เบนิเตชที่เข้ามารับช่วงต่อจาก โรแบร์โต้ ดิ มัตเตเตโอ ที่พึ่งจะกระเด็นตกจากเก้าอี้ไปเขาได้พาเชลซีจัดการชำแหละแอสตันวิลลาคาถิ่นไปด้วยสกอร์ 8 ประตูต่อ 0 โดยยังทำสถิติของพรีเมียร์ลีกที่มีนักเตะ 7 คนในทีมเดียวกันยิงประตูได้ในแมตช์เดียว ซึ่งเป็นสถิติ ณ ขณะนั้น

ในปี 2009 ก็มีเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ของนักเตะสเปอร์สที่จัดการสังหารโหด “เดอะ ลาติกส์” วีแกนแอธเลติก ซึ่งเป็นการยิงคู่แข่งที่เหนื่อยคนเปลี่ยนสกอร์บอร์ดจริงๆเมื่อไก่เดือยทองกระพรือปีกตีไปทั้งหมด 9 ประตูโดยวีแกนทวงกลับมาคืนได้เพียง 1 ลูกเท่านั้น โดยสเปอร์สได้ประตูจากปีเตอร์เคร้าช์,อารอนเลนน่อน, ดาวิดเบนท์ลีย์, นิโก้ครันชาร์ ที่จัดการยิงไปคนละ1ประตูส่วนเจอร์เมน เดโฟ เป็นพระเอกในเกมนี้ซึ่งเหมาไปคนเดียว 5 ประตู

ปิดท้ายด้วยเหตุการณ์สุดคลาสสิค ที่เหล่าสาวกเรด เดวิลไม่มีวันลืมเลือน เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 1995 ณ โรงละครแห่งความฝัน โอลด์แทรฟฟอร์ด เป็นการพบกันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับ อิปสวิช ทาวน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทั้งคู่พบกันมาก่อน แล้วครั้งหนึ่งที่บ้านของอิปสวิช โดยเป็นฝั่งแทร็คเตอร์ บอยส์ เอาชนะผีแดงไปก่อนด้วยสกอร์ 3-2  และกลับมาในแมตช์นี้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเปิดบ้านต้อนรับบ้าง

BEO369 โดยหวังว่า จะต้องล้างอายให้ได้ และ สกอร์ที่ออกมานั้นก็เกินคาดไปอย่างมาก ผลต่างประตูที่ออกมาในเกมนี้ ทำให้ผู้คนทั้งสนาม ต่างช็อกกันไปตามๆกัน เพราะปีศาจแดงจัดการโชว์ฟอร์ม เปรียบดั่งมัจจุราชสุดโหดไล่ถลุง อิปสวิช ทาวน์อย่างไม่ไว้หน้าไปด้วยจำนวน 9ประตูต่อ 0 เป็นการเอาคืนทบต้นทบดอก อย่างสาสมเลยทีเดียว

การถล่มคู่แข่งด้วยสกอร์ที่สูง อย่างระเบิดเถิดเทิงขนาดนี้ เปรียบดั่งเป็นการฆาตกรรมกลายๆบนผืนหญ้า อันเขียวขจีนี้ และ เป็นการตอกย้ำกลางสายตาของแฟนๆ เกือบแสนราย ที่เข้าไปชมเกมในสนามแต่นี้ ก็คือ สีสันแห่งวงการฟุตบอล อีกรูปแบบหนึ่ง และ เป็นคำเตือนว่า ถ้าหากคุณไม่มีความพร้อมในวงการนี้ หรือ ประมาทจนเกินไป คุณอาจจะต้องพบจุดจบ ที่ไม่สวยงามเข้าในสักวันหนึ่ง

ข้อมูลจาก : BEOGAMING

by cattiviragazzi